Wednesday, March 26, 2008

ประชาชนตายไปแล้ว

ผมตื่นขึ้นมาเช้านี้ โดยยังไม่รู้ตัวว่าตัวเองได้ตายไปแล้ว !

คุณคงไม่เชื่อและหาว่าผมเหลวไหล ผมไม่ได้ล้อเล่น ผมไม่ได้ตายเล่นๆ และไม่ได้กำลังหลอกคุณ เพียงแต่คุณเองก็ยังไม่รู้เหมือนกันว่าคุณก็เพิ่งถูกฆ่าไปพร้อมๆ กับผม .... กับอีกหลายคน

แน่นอน นี่เป็นการสังหารหมู่อีกครั้ง ผมไม่รู้ทำไมมันถึงไม่ได้ถูกพูดถึงเลย คุณคงถามถึงสื่อ ก็จะให้สื่อพูดได้ยังไง พวกเขาถูกสังหารไปพร้อมๆ กับเรานี่แหละ และอาจจะก่อนใครเลยก็เป็นได้ นี่คงเป็นเหตุผลว่าทำไมไม่มีใครนึกเอะใจเลย พวกเรายังไม่ทันสังเกตุด้วยซ้ำ แต่ไม่ว่ายังไง การตายนี่ก็ไม่เลวร้ายอะไรนักหนาใช่มั้ย ในเมื่อเราเคยกลัวการมาถึงของมันมากกว่าอะไรทั้งนั้น

ผมไม่ได้กำลังบ่นเพ้อแบบพวกนักปรัชญาอะไรพวกนั้นหรอก ที่ชอบบอกว่าพระเจ้าบ้างแหละ มนุษย์บ้างแหละได้ตายไปแล้ว นั่นไม่ใช่เพราะผมไม่ได้สนใจเรื่องปรัชญาหรืออะไร เพียงแต่นี่ไม่ใช่การตายแบบที่ว่า ในเมื่อคนบางคนยังมีชีวิตอยู่ และพวกมันนี่แหละ ใช่ ต้องใช้คำว่า “มัน” เพราะผมยังหาคำอื่นไม่ได้ในตอนนี้ พวกมันนี่แหละที่เป็น “ฆาตกร”

จะให้ผมทำยังไงหละ แจ้งความหรือ พวกตำรวจนั่นก็ใช่ว่าจะมีชีวิตอยู่ แต่ก็ไม่ใช่ทุกคนหรอก คุณอาจจะรู้ บางคนก็ไปเข้าพวกกับเขาพวกนั้น เปล่า ผมไม่ได้สับสนหรือใจอ่อนอะไร ผมยังยืนยันว่าจะเรียกมันว่าพวกมันอยู่ดี เพียงแต่บางทีก็ยากที่จะแบ่งแยกระหว่างมันกับเขา

ยังไงเราก็มีส่วนผิดเหมือนกัน พวกมันจะต้องพูดแบบนั้น ผมรู้ ผมเคยได้ยินจากที่ไหนสักแห่ง หรืออาจจะเคยอ่านเจอจากสักแห่ง จำไม่ได้แล้ว ผิดตรงไหนหรือ ก็เพราะเราเองเป็นคนหยิบยื่น ไม่ใช่ซิ ยัดเยียดอาวุธไปใส่มือพวกเขาเอง ถึงเขาจะเต็มใจฆ่าเรามาตั้งแต่ต้น แต่เราจะต้องถูกตำหนิแบบนั้น ถ้าขืนเราไปบ่นเรียกหาความเป็นธรรมให้วุ่นวายเกินไปนัก

ผมเองมีส่วนยัดเยียดอาวุธให้พวกมันด้วยรึเปล่า ผมไม่รู้ คุณถามตัวเองบ้างซิ ผมไม่แน่ใจ ทุกอย่างมันเกิดขึ้นเร็วมาก ไม่ใช่ซิ เรื่องมันซับซ้อนกว่านั้น ผมเพียงแต่อยากได้สิ่งที่เขาสัญญา หรือว่าสิ่งที่ผมน่าจะได้ตะหาก พวกมันจะคิดว่ามีอยู่รึเปล่า ผมก็ยังไม่รู้เลย

แต่จะมัวมาหาคำตอบอะไรกันตอนนี้ อีกอย่าง ไม่มีใครสนใจพวกที่ตายไปแล้วอย่างคุณหรือผมหรอก โดยเฉพาะคนที่ลงมือฆ่าเรามาเองกับมือ

.......

ผมแค่กำลังสงสัยว่าอาวุธนั่นไม่มีตัวตนอยู่จริงหรอก พวกคุณกำลังปั่นหัวตัวเองเล่น ก็เท่านั้น คิดกันไปเองว่าเคยมีชีวิตอยู่ตะหาก


Sue Coe
Sharpeville, 1982



แรงบันดาลใจ : เรื่องสั้นชื่อ “รถไฟเด็กเล่น” (ที่รวบรวมในหนังสือรวมเรื่องสั้นชุด “ความเงียบ” ของสุชาติ สวัสดิ์ศรี ตัวละครเอกได้เล่าให้ฟังว่าตนถูกรถไฟเด็กเล่นของเด็กหญิงคนนึงชนและทับจนตาย ระหว่างทางกลับจากโรงพยาบาลบ้า ที่ได้นำตัวพี่ชายของตนไปฝากไว้) และการเมืองร่วมสมัย