Tuesday, August 13, 2013

The Fire of Liberty (2): ชีวิตของ Peter Kropotkin (Box 1.2)


เจ้าชาย Peter Alexeivich Kropotkin ถือกำเนิดในยุคขุนนางของรัสเซียในปี 1842  พ่อของเขาเป็นเจ้าหน้าที่ระดับสูงในกองทัพ เป็นเจ้าของทรัพย์สินใน Moscow และที่ดินที่มีไพร่ติดที่ดิน (serf) กว่า 12,000 คนใน Kaluga  เช่นเดียวกับคนอื่นในชนชั้นเดียวกัน Kropotkin ในวัยหนุ่มเข้าเรียนในโรงเรียนเตรียมทหารที่มีชื่อว่า The Corps of Pages (หมายเหตุ pages หมายถึงพลทหารในเครื่องแบบที่ทำงานตามสั่ง รวมทั้งส่งเอกสารและเปิดประตู: ผู้แปล) ตั้งแต่ช่วงต้นวัยรุ่นและเขาได้ทำงานในตำแหน่ง Page de Chambre ให้กับซาร์องค์ใหม่ อเล็กซานเดอร์ที่สอง


อย่างไรก็ตาม มันชัดเจนว่า Kropotkin เบื่อหน่ายกับสิ่งแวดล้อมแบบนี้ และเริ่มพัฒนาความคิดแบบสุดโต่ง อย่างที่เห็นว่าในช่วงอายุยี่สิบต้น เขาเลือกที่จะออกประจำการกับหน่วย Cossacks of the Amur ในไซบีเรียมากกว่าจะเลือกงานที่ปลอดภัยกว่า ห้าปีในไซบีเรียได้พิสูจน์ว่าเป็นจุดพลิกผันไปสู่แนวทางปฏิวัติเมื่อที่เขาต้องเผชิญกับภูมิทัศน์ที่ดงดิบและไม่คุ้นเคย ควบคู่ไปกับแนวคิดอนาธิปัตย์จากหมู่ผู้ลี้ภัยที่ถูกกุมขังในพื้นที่ การออกศึกษาพื้นที่ได้กลายเป็นรากฐานของชื่อเสียงเขาในเวลาต่อมาในฐานะนักภูมิศาสตร์กายภาพ และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง Kropotkin ได้พัฒนาทฤษฏีใหม่เกี่ยวกับธรณีวิทยาน้ำแข็ง (glaciology) และการศึกษาเกี่ยวกับภูเขา (orography) ของเอเชีย นอกจากนั้น การติดต่อกับผู้คนที่อาศัยโดยปราศจากการปกครองและกฎระเบียบของรัฐ ที่สร้างชุมชนของพวกเขาขึ้นมาในเงื่อนไขที่แสนสาหัส ได้ช่วยเติมเต็มความคิดอนาธิปัตย์นิยมของเขา อย่างที่เขาได้เขียนใน Memoirs ของเขาว่า " (สิ่งที่) ฉันได้ทำหายไปในไซบีเรีย (คือ) ความศรัทธาใดๆก็ตามเกี่ยวกับการจัดระเบียบของรัฐที่ฉันเคยชื่นชมมาก่อน ฉันถูกเตรียมให้กลายเป็นนักอนาธิปัตย์ (1962: 148)"

ความสนใจดังกล่าวได้ถูกกระตุ้นมากยิ่งขึ่้นเมื่อเขาเดินทางไปเยี่ยมเมือง Jura ของประเทศสวิสเซอร์แลนด์ในปี 1872  ช่างทำนาฬิกาในภูมิภาคนี้มีชื่อเสียงในเรื่องแนวคิดทางการเมืองและวิถีชีวิตแบบชุมชนนิยม (communitarian) ของพวกเขา และพวกเขามีอิทธิพลอย่างมหาศาลต่อความคิดอนาธิปัตย์นิยมที่กำลังพัฒนาขึ้นของ Kropotkin นอกจากนั้น การได้เดินทางไปในยุโรปตะวันตกได้ทำให้เขาติดต่อกับองค์กร First International และสัมผัสกับลัทธิ libertarianism ของ Michael Bakunin  เมื่อเดินทางกลับสู่รัสเซีย Kropotkin ได้ตามหาผู้คนที่มีความคิดไปในทางเดียวกันกับเขาในบ้านเกิด ได้เข้าร่วมกับกลุ่ม Chaikovsky Circle  เป็นเวลาสองปีและเกี่ยวข้องกับขบวนการ Narodniks ที่มีฐานมวลชนเป็นชาวนา ผลที่ตามมาจากกิจกรรมเหล่านี้คือ เขาถูกจับกุมและคุมขังเป็นครั้งแรกในเดือนมีนาคม 1874  ถูกขังในป้อม Peter and Paul Fortess ที่ขึ้นชื่อ (ว่าโหด) ในเมืองเซนท์ปีเตอร์สบรูก เขาสามารถหลบหนีออกมาได้ก็ภายหลังจากสามปีผ่านไป ขณะลี้ภัย เขาได้ย้ายไปยุโรปตะวันตกที่เขาได้สร้างมิตรเอาไว้ในสหราชอาณาจักร สเปน อิตาลีและสวิสเซอร์แลนด์ ซึ่งช่วยให้เขาได้ก่อตั้งวารสารอนาธิปัตย์ใหม่ที่ชื่อ La Révolte (การปฏิวัติ)

หลังจากถูกเนรเทศออกจากสวิสเซอร์แลนด์ เขาได้ถูกจับกุมที่เมืองลียง (ของฝรั่งเศส) ในปี 1882 ที่ซึ่งเขาถูกขังจนกระทั่งปี 1886 ทางการฝรั่งเศสได้รับการเรียกร้องให้ปล่อยตัวเขาจากนักวิชาการชาวอังกฤษ 15 คน สมาคมภูมิศาสตร์ในราชูปถัมภ์ (Royal Geographical Society) รวมถึง William Morris และ Patrick Geddes ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงชื่อเสียงในระดับนานาชาติของเขาในฐานะนักวิชาการและนักคิดทางการเมือง

เมื่อเขาอายุ 44  Kropotkin ได้ย้ายไปยังลอนดอน ที่เขาอาศัยไปอีก 41 ปี ที่นี่เขาเข้าไปเกี่ยวข้องกับวารสาร Freedom และได้บรรยายทั่วประเทศอย่างสม่ำเสมอ รวมถึงยังคงเดินทางไปต่างประเทศ Kropotkin ได้ผลิตงานเขียนอย่างต่อเนื่อง ถึงแม้เขาจะใช้ชีวิตที่ตัดขาดจากโลกมากขึ้น เป็นผลจากการสนับสนุนสงครามโลกครั้งที่ 1 ของเขาทำให้เขาถูกโดดเดี่ยวจากคนอื่นในขบวนการ ในช่วงสามปีสุดท้ายของชีวิต Kropotkin กลับไปยังรัสเซีย ความตื่นเต้นในการปฏิวัติได้ถูกทำลายลงโดยความกลัวที่เขามีต่อวิธีการของบอลเชวิค เขาเสียชีวิตในเดือนกุมภาพันธ์ 1921 ในหมู่บ้านแห่งหนึ่งนอกเมืองมอสโคว ผู้คนมากกว่า 100,000 เข้าร่วมในพิธีศพของนักคิดอนาธิปัตย์และนักภูมิศาสตร์คนนี้

No comments: