Sunday, December 14, 2014

การจัดองค์กรการเมืองของคนงาน ตามแนวทางอนาธิปัตย์นิยม

การจัดองค์กรการเมือง (และความสัมพันธ์ทางสังคม) ของคนงาน เกี่ยวข้องกับคำถามทั้งเชิงแนวคิด-อุดมการณ์และคำถามเชิงปฏิบัติ

ที่ว่าเป็นเรื่องเชิงแนวคิดและอุดมการณ์เพราะคนงาน จำเป็นต้องมีหลักการนำทาง ทั้งในระดับปัจเจก หรือระดับส่วนตัวและในระดับกลุ่มหรือหมู่  ว่าควรเข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างตนเองกับสถาบันทางสังคมและการเมืองเช่น รัฐบาล พรรคการเมือง นายทุน รวมทั้งกลุ่มทางสังคมและวัฒนธรรมต่างๆ อย่างไร

และที่ว่าเป็นเรื่องเชิงปฏิบัติเพราะในขั้นตอนของการรวมตัวจัดตั้งนั้น คนงานต้องเผชิญกับความท้าทายในแง่ของกระบวนการ รวมทั้งคำถามพื้นฐานว่า...จะทำอย่างไรที่จะก้าวจากจุดแรกไปสู่จุดต่อไป

คำถามในแง่กระบวนการที่เป็นรายละเอียดปลีกย่อยอื่นๆ ก็เช่น ทำอย่างไร สมาชิกจึงจะเกิดความรู้สึกถึงความเป็นเจ้าของในกลุ่มที่เกิดขึ้น และพร้อมที่จะสละเวลาส่วนตัวมาเข้าร่วมประชุม (แน่นอน คำถามสำคัญอีกประการคือ จะทำอย่างไรให้การกำหนดประเด็นการประชุม เกิดขึ้นจากกระบวนการที่เป็นประชาธิปไตย), ผู้ดำเนินการจัดตั้งควรทำและ/หรือหลีกเลี่ยงไม่ทำอะไร เพื่อให้สมาชิกรู้สึกว่าตนเป็นส่วนหนึ่งกับกลุ่มที่เกิดขึ้น รู้สึกว่าได้รับความเคารพ ว่าเสียงและความต้องการของพวกเขาถูกได้ยิน ฯลฯ

ดังนั้น คำถามเชิงปฏิบัติจึงมีส่วนที่เป็นเชิงวัฒนธรรมเข้ามาเกี่ยวข้องค่อนข้างมาก เพราะระบบคุณค่า หรือสิ่งที่แต่ละคนเห็นว่าดี ถูกหรือควร ต่างกันไปในแต่ละพื้นที่ แต่ละสังคม

หลักการและกระบวนการจะสนับสนุนซึ่งกันและกัน ในหลายกรณี นักจัดตั้งจะพบว่าความขัดแย้งสามารถเกิดขึ้นจากความเห็นที่แตกต่างกัน ความขัดแย้งนี้อาจมีที่มาจากความเชื่อในหลักการที่แตกต่างกันโดยตรง (หรืออาจเกิดจากสาเหตุว่าสมาชิกขาดความเข้าใจในหลักการ) ในกรณีเช่นนี้ กระบวนการจะช่วยชี้นำให้นักจัดตั้งสามารถจัดการความขัดแย้งในฐานะของกลุ่ม โดยปฏิเสธวิธีการแบบเสียงข้างมากเอาชนะเสียงข้างน้อยได้

เป็นเรื่องน่าเสียดายที่องค์ความรู้ในการจัดตั้งคนงาน ทั้งในเชิงแนวคิดและเชิงปฏิบัติในภาษาไทย หาได้ยาก ที่มีอยู่ก็มีเนื้อหาจำกัดอยู่เพียงบางแนวคิด ที่คับแคบ ล้าสมัย ทำให้คนที่สนใจเรื่องนี้ไม่มีทางเลือกมาก

นั่นไม่ได้หมายความว่าองค์ความรู้ไม่สามารถเกิดขึ้นจากการทดลองของคนงานเอง
ตรงกันข้าม องค์ความรู้จำเป็นต้องเกิดจากกระบวนการเรียนรู้ ทดลองและนำผลที่ได้กลับมาปรับปรุงแนวคิด ทฤษฎีที่เป็นนามธรรมให้สอดรับกับบริบทของพื้นที่ อย่างไรก็ตาม การทดลองในเชิงประวัติศาสตร์เกิดขึ้นมายาวนานกว่าหนึ่งศตวรรษครึ่งแล้ว เราสามารถเริ่มต้นจากการต่อเติมขึ้นบนฐานของการเรียนรู้เชิงประวัติศาสตร์ในจุดยุทธศาสตร์ของการผลิตต่างๆ ในระดับสากล

เช่น ในเมืองอุตสาหกรรมเช่น ดีทรอยต์ของสหรัฐฯ และตูรินของอิตาลี การพัฒนาอุตสาหกรรมอย่างรวดเร็วในช่วงกลางศตวรรษที่ 20 ทำให้เกิดการเงื่อนไขที่เหมาะสมสำหรับการรวมตัวจัดตั้งคนงานในรูปแบบของสหภาพและสภาแรงงานแบบต่างๆ เราจึงสามารถค้นคว้าประวัติศาสตร์ของการทดลองเกี่ยวกับการจัดตั้งคนงานและเริ่มต้นจากการศึกษาและทบทวนบทเรียนจากช่วงเวลาและสถานที่ดังกล่าวได้

องค์ความรู้ในเชิงแนวคิด ที่หาได้ในภาษาต่างประเทศจึงมีพัฒนาการตามเส้นทางประวัติศาสตร์การพัฒนาของระบบทุนนิยม ความท้าทายสำหรับผู้ศึกษาน่าจะมาจากการทำความเข้าใจบริบทแวดล้อมที่มักเลือนลางและตกหล่นไปตามกระแสธารของเวลา ที่สำคัญ บันทึกของนักจัดตั้งที่เป็นคนงานสามัญธรรมดามักไม่สามารถแทรกตัวผ่านเข้าไปอยู่ในหอจดหมายเหตุขององค์ความรู้กระแสหลัก ที่ได้รับการรักษาดูแลอย่างดีจากชนชั้นนำ (ที่มีประโยชน์ผูกโยงอย่างแน่นแฟ้นกับการรักษาความรู้เชิงประวัติศาสตร์บางเรื่องบางตอน)

ในประวัติศาสตร์ของการจัดองค์กรคนงานอุตสาหกรรม สององค์กรที่มีความโดดเด่นในแง่ของการนำเสนอแนวคิดเชิงอุดมการณ์และเชิงปฏิบัติ ตามแนวทางของการนำโดยคนงานและเพื่อคนงาน คือ National Confederation of Labour หรือชื่อในภาษาสเปน Confederation Nationale de Trabajo (CNT) ของคนงานสเปน และ Industrial Workers of the World (IWW) ที่เริ่มต้นโดยคนงานอเมริกัน

ทั้งสององค์กรเป็นทั้งองค์กรเชิงประวัติศาสตร์ และองค์กรร่วมสมัยที่ยืดมั่นในหลักการเรื่องอิสระของคนงานจากรัฐ ทุนและจากการครอบงำของผู้นำขบวนการแรงงาน นอกจากนี้ เคารพในความเสมอภาคของคนงานด้วยกัน ไม่ว่าจะมีเพศ สีผิวหรือเชื้อชาติอย่างไร ที่สำคัญ ทั้งสององค์กรยังเชื่อมั่นในรูปแบบการจัดองค์กรทางการเมืองแบบล่างขึ้นบน อิสระจากการรวมศูนย์อำนาจและรูปแบบสหพันธ์ที่เคารพความหลากหลายของคน

ในประวัติศาสตร์ของการต่อสู้ สมาชิกขององค์กรคนงานทั้งสองมักได้รับการตีตราจากรัฐ ฝ่ายทุนและสื่อของทุนว่าเป็น "ผู้ก่อการร้าย" ชื่อเสียนี้มีที่มาจากอุดมการณ์ในการไม่ประณีประนอมกับทั้งฝ่ายรัฐและทุน และที่สำคัญ มาจากความเชื่อมั่นในหลักการของการกำหนดชีวิตตนเองด้วยตนเอง


CNT ก่อตั้งขึ้นในปี 1910 (พ.ศ.2453)  มีบทบาทอย่างมากช่วงสงครามกลางเมืองของสเปนและภายใต้การปกครองของเผด็จการ นายพลฟรังโก้ ในการจัดตั้งชนชั้นแรงงานเพื่อต่อสู้กับระบอบเผด็จการฟาสซิสต์ ขณะที่ IWW นั้น ก่อตั้งในปี 1905 (พ.ศ.2448)  และมีบทบาทในการสร้างความตระหนักและจัดตั้งคนงานอเมริกันทุกสาขาอาชีพเข้าอยู่ในขบวนการแรงงานเดียวกัน ในช่วงเวลาที่สหภาพแรงงานในฐานะองค์กรที่ถูกต้องตามกฎหมายยังไม่ได้รับอนุญาตให้เกิดขึ้นในสหรัฐอเมริกา ในวันนี้  IWW มีบทบาทสูงในการจัดตั้งคนงานกลุ่มใหม่ในสังคม คือ คนงานอุตสาหกรรมบริการในสาขาอาหารและเครื่องดื่ม ที่ถูกมองว่า "ไม่สามารถจัดตั้งได้"

ในเอกสารแผ่นพับของ CNT ที่แจกเพื่อให้ความรู้กับสมาชิกใหม่สหภาพ (ในปี 2541) ได้ระบุเป้าหมายขององค์กรไว้ว่า

  • เป้าหมายของการจัดตั้งคนงานทั่วโลก เพื่อปกป้องประโยชน์เฉพาะหน้าของพวกเขา และเพื่อนำมาซึ่งการพัฒนาของคุณภาพชีวิตของพวกเขา การจัดตั้งสหภาพแรงงานก็เพื่อให้บรรลุสิ่งนี้
  • เพื่อการเกิดขึ้นของโครงสร้างที่ไม่มีทั้งผู้นำและอำนาจบริหาร
  • ความปรารถนาสำหรับการเปลี่ยนแปลงอย่างสุดขั้วของสังคม การเปลี่ยนโฉฒของสังคมที่จะนำไปสู่การปฏิวัติทางสังคม หากปราศจากเป้าหมายของการพลิกโฉมสังคม ลัทธิ anarcho-syndicalism ก็จะไม่สามารถดำรงอยู่


ผมหวังว่าการคัดเลือกเอาประวัติศาสตร์ อุดมการณ์และแนวคิด รวมทั้งรูปแบบของการจัดตั้งที่ผ่านการทดลองตลอดช่วงหนึ่งศตวรรษของทุนนิยมตะวันตกมาเผยแพร่ในที่นี้ จะทำให้ความสนใจ แรงบันดาลใจและความตระหนักรู้ที่ยังคงเป็นที่ต้องการในสังคมไทย....สังคมอุตสาหกรรมที่กำลังสุกงอมเต็มที่ โดยที่ผู้คนในสังคมยังไม่ทันเฉลียวใจว่า "มนุษย์สายพันธุ์ใหม่" ถือกำเนิดขึ้นทุกนาทีที่เครื่องจักรถูกเปิดดำเนินการ

No comments: