Sunday, December 15, 2013

จดหมายถึงสามัญชน

ในรอบหลายปีที่ผ่านมา การต่อสู้แย่งชิงอำนาจระหว่างพรรคการเมืองสองพรรคใหญ่ รวมทั้งกลุ่มผลประโยชน์ที่สนับสนุนขั้วอำนาจทั้งสองอยู่ ทั้งเบื้องหลังและเบื้องหน้า (ไม่ว่าจะแอบอ้างว่าทำไปเพื่ออะไรก็ตาม) ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงหลายอย่าง ที่ล้วนแล้วแต่มุ่งพิทักษ์ รักษาประโยชน์ของชนชั้นนำ ไม่ฝ่ายใดก็ฝ่ายหนึ่ง หาได้มีผลดีกับชีวิตและความเป็นอยู่ของคนธรรมดา และกรรมกรผู้ใช้แรงงาน ซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศไม่

พวกเราน่าจะได้ตระหนักกันแล้วว่า ไม่ว่าชนชั้นนำกลุ่มไหน (ในนามของเสื้อสีเหลืองหรือแดงประชาธิปัตย์หรือเพื่อไทย ฯลฯ) จะผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันเข้าสู่อำนาจ สภาพความเป็นอยู่ของพวกเรา คนทำงานกินเงินเดือนระดับล่างรวมทั้งกรรมกร ก็ไม่เคยดีขึ้น มีแต่จะย่ำแย่ลง เพราะกลุ่มทุนขนาดใหญ่ก็ยังคงเอารัดเอาเปรียบคนจนอย่างที่เคยเป็นมา

ยิ่งไปกว่านั้น สิทธิเสรีภาพในการแสดงออก ทางความคิดความเห็น ก็มีแต่จะถูกริดรอนเพิ่มมากขึ้นทุกวัน เพียงเพราะว่าบรรดาชนชั้นนำทั้งหลายยังไม่ได้มาซึ่งสิ่งที่ตนต้องการ

ในขณะที่เกมส์การต่อสู้นี้ยังคงดำเนินต่อไป ดูเหมือนเดิมพันของเกมส์นี้จะยิ่งสูงขึ้น เมื่อชนชั้นนำฝ่ายอนุรักษ์นิยมที่นำโดยประชาธิปัตย์ ได้เอาชีวิตและเลือดเนื้อของคนไทยเข้าวางเพื่อแลกกับอำนาจสำหรับฝ่ายของตน

สามัญชนคนธรรมดาที่เล็งเห็นคุณค่าความเป็นคนของเพื่อนไทยด้วยกัน (ไม่ว่าพวกเขาจะมีความเชื่ออย่างไร) ก็ยิ่งรู้สึกอับจนสิ้นหนทาง เพราะเหมือนพวกเขาได้กำหนดทางเดินแคบๆ ที่ตีบตันลงทุกที ลงมาให้พวกเราเดิน

อย่างไรก็ดี ท่ามกลางความมืดมิดและตีบตันนั้น ดูเหมือนจะมีหน้าต่างบานเล็กๆ ที่เริ่มแย้มแสงสว่างเข้ามา  ความบ้าระห่ำของกปปส. ที่ได้ผลักดันให้รัฐบาลที่มาจากวิถีทางประชาธิปไตยต้องถอยร่นจนมุมในทางตันนั้น กลับทำให้พวกเรา เจ้าของอำนาจอธิปไตยที่แท้จริงนั้นได้รับอำนาจกลับคืนมาในมือ

ถึงแม้ประสบการณ์ลุ่มๆ ดอนๆ ของการเมืองไทยจะสอนพวกเราว่า การเลือกตั้งเกือบทั้งหมดจะเป็นแค่การไปประทับตรารับรองให้กับนักการเมือง ที่พอได้รับเลือกตั้งเสร็จก็มักลุแก่อำนาจและใช้อำนาจไปตามอำเภอใจนั้น แต่การเคลื่อนไหวของกปปส. ก็ได้สร้างเงื่อนไขที่ทำให้การเลือกตั้งครั้งนี้ มีคุณค่าเกินกว่าที่พวกเราจะละทิ้งและมองข้าม

มันจะเป็นการเมืองเชิงสัญลักษณ์ที่พวกเราจะได้ยืนยันถึงความเสมอภาค และศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ที่พวกเรามี เท่าเท่ากับชนชั้นนำ ที่กำลังดูหมิ่นดูแคลนสติปัญญาและคุณค่าของพวกเรา

นอกจากนี้ ไม่ใช่เพราะการเลือกตั้งหรอกหรือ ที่พวกเราได้ชิมรางรสชาดของอำนาจ อำนาจที่พวกเราสามารถกำหนดรูปร่างหน้าตาของสังคมผ่านโยบายที่เราต้องการ

เช่นในการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านๆ มา นักการเมืองก็แข่งขันกันเสนอนโยบายเอาใจพวกเรา ไม่ว่าจะเป็นการปรับค่าจ้างขั้นต่ำ สำหรับพี่น้องคนใช้แรงงาน หรือนโยบายบริโภคนิยมสำหรับคนชั้นกลางทั่วไป ที่สำคัญไปกว่านั้น หากไม่มีอะไรผิดพลาด ดูเหมือนว่าในการเลือกตั้งครั้งที่จะถึงนี้ พวกเราจะได้เห็นการเกิดขึ้นของพรรคการเมืองของประชาชนอีกหลายพรรค

ดังนั้น ถึงแม้การใช้สิทธิเลือกตั้งจะไม่ใช่กลไกที่สมบูรณ์ แต่ก็เป็นทางหนึ่งที่พวกเราจะได้ช่วยกันแสดงให้ชนชั้นนำไทยและคนในเมืองบางกลุ่มที่ชอบดูถูกพวกเราได้เห็นว่า พวกเรานี่แหละที่จะกำหนดชะตาของพวกเราเอง!

พวกเราควรได้ตระหนักถึงข้อเท็จจริงเชิงประวัติศาสตร์ร่วมกันว่า ประชาชนจำนวนมหาศาลที่ไม่สามารถรวมตัวกันได้นั้น มักต้องถูกปกครองจากผู้ปกครองที่มีเพียงหยิบมือเดียว

ในระหว่างสองเดือนนี้ ขอให้พวกเราจงได้หวงแหนอำนาจและช่วยกันยืนยันถึงเจตจำนงค์ที่จะสนับสนุนพรรคการเมืองที่เกิดจากสามัญชน เพื่อสามัญชน ไม่ใช่ชนชั้นนำ สำหรับคนที่มีกำลัง ก็ขอให้รวมกลุ่มและจัดตั้งกัน เพื่อแสดงออกและสื่อสารถึงความปรารถนาไปยังพรรคการเมืองเหล่านั้น ที่มักเล็กและไม่มีอำนาจเงินอย่างเช่นพรรคการเมืองของชนชั้นนำ

ขอให้พวกเราใช้การเลือกตั้งครั้งนี้ เป็นการประกาศถึงความปรารถนาของสามัญชน ให้ชนชั้นนำได้รู้ว่าประเทศนี้ที่แท้จริงเป็นของเรา


No comments: